beaver's profileเธอจงร้องฮัมเพลงต่อไปPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
เธอจงร้องฮัมเพลงต่อไป |
||||
|
October 29 มือสองมือ
มือสอง ฉันเดินผ่านแผงขายเสื้อผ้าตอนกลางคืน เจอเสื้อที่ถูกใจ แถมยังราคาถูกอีกต่างหาก พอเข้าเดินเข้าไปสำรวจใกล้ๆ ดมกลิ่นดู(สัญชาติญาณน่ะ) ก็พบว่ามันเป็นเสื้อมือสอง ...ก็เลยไม่ซื้อ เมื่อก่อนเคยใช้กระเป๋า รองเท้ามือสอง โดยไม่คิดอะไร แต่เดี๋ยวนี้กลับปฏิเสธมันโดยเด็ดขาด ด้วยเหตุผลที่ว่ากลิ่นและพื้นผิวสากๆ ของมันทำให้เราไม่สบายตัวและลามไปถึงไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก ส่วนเรื่องที่รายการขนหัวลุกชอบเอามาเล่าเรื่องว่ามันเคยเป็นของของใครมาก่อน แล้วเจ้าของจะมาทวงคืน อืม...ก็อาจจะมีส่วนอยู่บ้างนะ แต่ที่แน่ๆ ฉันวาดฝันไว้ว่าความรักของฉันจะไม่เป็นมือสองของใคร ก็กลิ่นมันฉุนน่ะ ขอฝันหน่อยก็ยังดี
สองมือ คนขายฟูกเดินผ่านหน้าบ้านตอนเช้า เดินไปพลางตะโกนขายของไปพลาง ฉันมองไปเห็นเขาแบกฟูกอันใหญ่มาก ใหญ่ขนาดที่ว่าคนๆ เดียวหาบได้แค่ 2 อัน อันหนึ่งอยู่ข้างหน้า อีกอันหนึ่งอยู่ข้างหลัง สงสัยจังว่าบ้านเขาอยู่ที่ไหน ถ้าขายฟูกนี้ได้หมด แล้วต้องเดินกลับไปเอาที่บ้านเพื่อมาขายอีกไหม หรือว่าเป้าหมายของเขาคือขายแค่วันละ 2 อันก็พอใจแล้ว บอกตามตรงว่าเจอคนพวกนี้ แล้วรู้สึกว่าเรา “แพ้” แพ้ เพราะสงสาร อยากช่วย และแพ้ เพราะมันสะท้อนว่า สองมือกับอีกหนึ่งใจของเขาเอาชนะสองมือกับใจง่อยๆ ของเราจริงๆ แล้วเขาก็เดินจากหน้าบ้านฉันไป ปล่อยฉันนั่งแพ้ราบคาบอยู่ในบ้านนั่นแหละ เจ็บปวดไหมล่ะ September 18 แพนด้านิยาย(ที่ระบุไว้บนหน้าปกว่าประลาตโลก-ไม่รู้แปลว่าอะไรเหมือนกัน)ของปราบดา หยุ่น พิมพ์ครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคม 2547
ฉันทยอยอ่านมันตั้งแต่เดือนที่แล้ว และเพิ่งอ่านจบหน้าสุดท้ายไปเมื่อบ่ายวานนี้ ตอนที่ยังอ่านไม่จบ ฉันหัวเราะไปกับการเสียดสีประชดประชันวิถีของคนที่อยู่บนโลก เมื่ออ่านถึงหน้าสุดท้าย ประจวบเหมาะกับช่วงเวลาที่ชีวิตของฉันมีหลายเรื่องวนอยู่ในหัว เหมือนน้ำตาจะไหลให้กับอะไรสักอย่าง ฉันรักนิยายเรื่องนี้(แพนด้า)มากกว่าฝนตกตลอดเวลาอีกหลายเท่า ว่าจะไม่เขียนถึงฝนอีก เพราะเขียนบ่อยๆ มันดูลำเอียง แต่หลายวันมานี้ ฝนตกทุกเย็น ลามปามไปจนถึงกลางคืน เสียงกล่อมก่อนนอนอันไพเราะของฉัน บางทีก็ฟังปวดใจแฮะ ฝนโปรยปราย ชีวิตดั่งนิยาย ... เพลงนิยายของโมเดิร์นด็อก กำลังไต่ขึ้นชาร์ตแฟตฯ ในชีวิตจริงฝนไม่ได้ตกตลอดเวลา และนี่คือคำคมของแพนด้า : ฝนมีสิทธิ์ตกเสมอ ถึงแม้จะไม่ใช่ฤดูฝน ในวันฝนตก
ยังคงมองเห็นช้างเดินตากฝนหาเงินอยู่ในกรุงเทพฯ
ยังคงได้ยินเรื่องราวการแต่งงานของคู่รักและการหย่าร้างของครอบครัวอยู่เสมอ ยังคงมีคนบอกว่าทำไมเงียบในขณะที่ฉันกำลังรับฟังพวกเขาอยู่ ยังคงไม่เห็นด้วยกับค่านิยมที่เชื่อกันว่าแสดงถึงความเป็นผู้ใหญ่และทำตามๆ กันไป ตอนนี้เริ่มสงสัยแล้วว่าตัวเองแปลกหรือเปล่า(คุณอาจกำลังคิดอยู่เช่นกัน) ดีใจด้วยที่แพนด้าได้กลับไปอยู่บนดาวของตัวเองในที่สุด
แต่ก็อิจฉา(มาก)ที่แพนด้ามีนางสาวมีนาอยู่เคียงข้าง และใส่เสื้อ I love panda planet คู่กัน แม้ทั้งสองจะไม่ได้อยู่บนดาวดวงเดียวกัน ว่าแต่ฉันมาจากดาวดวงไหนกันนะ เฮ้อ...
ขอถอนหายใจดังๆ ในความคิดหนึ่งที บันทึกส่วนตัว กันลืม เผื่อมีคนใจดีช่วยเตือน
- 20th century boy จะเข้าโรงฉายเดือนตุลาคมนี้แล้ว
- อย่าลืมดู Tokyo sonata (หนังของเจ้าหมอนั่น-ผู้กำกับ bright future)เข้าเดือนธันวาคมแน่ะ August 22 และไม่รู้ว่าจะจบลงเช่นไรเหตุผลง่ายๆ ที่จะทำให้เรายิ้มคนเดียว คือ การเปิดวิทยุไปเจอเพลงโปรดเข้าโดยบังเอิญ
'3 มิติ' คือเพลงที่เป็นต้นเหตุของรอยยิ้มของฉันในวันนี้ หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่ฉันเริ่มต้นทำงานที่ชอบที่ชอบ(อย่าเข้าใจผิดนะ)
การตั้งคำถามและการพยายามหาคำตอบของฉันอาจลดน้อยลง แทนที่ด้วยความรู้สึกเคอะเขินแปลกที่แปลกทาง แต่วันนี้ มันกลับมาแล้ว . . . ฉันสังเกตว่า คนเรามักใส่ใจกับการเริ่มต้นเสมอ อย่างเช่นเริ่มต้นเรียน เริ่มต้นทำงาน เริ่มต้นทักทายเพื่อนใหม่ การเริ่มต้นความสัมพันธ์กับใครอีกคนหนึ่ง เป็นเรื่องที่ใครๆ ก็คิดว่ามันยาก และแน่นอน มักต้องการสิ่งที่เรียกว่า 'ความประทับใจแรก' เสมอ เมื่อใครคนนึงเริ่มต้นที่จะประทับใจใครสักคน มักตามมาด้วยการจดจำ และใส่ใจรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับคนๆ นั้น จากนั้น จึงเริ่มทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ซึ่งก็คือ พยายามทำในสิ่งที่คนๆ นั้นต้องการ เพื่อหวังว่าสุดท้ายจะเป็นดังที่หวัง และนั่นก็คือจุดจบแบบบริบูรณ์ที่ทุกคนใฝ่ฝัน แต่ในความเป็นจริง อาจตรงกันข้าม และฉันเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่ามันยากที่เราจะเจอคนที่ตรงกับเราจริงๆ (ในกรณีฉันเองน่ะ) หรือระหว่างทาง อาจเกิดความบาดหมางไม่เข้าใจกัน จนเกิดบางสิ่งบางอย่างมากั้นคนสองคนไว้ ฉันรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมเลย ที่ใครคนใดคนหนึ่งมักคิดว่าตัวเองถูกทำร้ายอยู่ฝ่ายเดียว มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนกว่านั้น และอาจมีอะไรมากกว่านั้น อีกคนหนึ่ง เขาอาจเสียใจเช่นกัน และบางที ทั้งสองก็คงไม่อยากให้จุดจบความสัมพันธ์ของคนสองคนต้องเป็นเช่นนั้น แต่ อาจมีคนๆ หนึ่งเลือกให้มันจบเช่นนั้นเอง หรือ อาจละเลยความพยายามของคนอีกคนหนึ่งไป หลายครั้งที่ฉันไม่เข้าใจ ว่าคนสองคนที่เคยรู้จักกัน จะทนไม่พูดคุยกันนานๆ ได้อย่างไร โหดร้ายเหมือนกันนะ แต่อย่างว่า มันละเอียดอ่อน ถ้าทำได้ อยากเดินเข้าไปสะกิดแล้วบอกว่า ดีกันเถอะ คิดให้ดีๆ เรื่องไหนก็ไม่สำคัญเท่าสิ่งดีๆ ที่เคยมีให้กันหรอก แต่มันต้องเกิดจาก 'ความพยายามเข้าใจ' ของคนทั้งสองต่างหาก ย้ำว่า ทั้งสองคน ใครเพียงคนใดคนหนึ่งคงทำไม่สำเร็จ ชีวิตคนหนึ่งๆ จะอยู่เพื่อ 'ไม่ยอมเข้าใจ' คนอีกคนได้อีกนานสักแค่ไหนกันเชียว เพลง 3 มิติ ร้องว่า
จะมีความรัก ทุกๆ อย่าง จะมีความฝัน ที่ปลายทาง จะมีเราสอง เดินร่วมทาง ... แต่เธอ ขาดสิ่งเดียว ฉันรออยู่ ฝันยังห่าง นาน แม้จะนาน ... พาราด็อกซ์เขาบอกอย่างนี้ เราเลยขอสรุปต่อด้วยหลักการของตัวเองเลยว่า
ปลายทางก็สำคัญไม่แพ้การเริ่มต้นหรอก แม้ปลายทางนั้นจะไม่เป็น 3 มิติ อย่างที่หวังไว้ก็ตาม ดีๆ กันเถอะนะ ป.ล. รักเพลงนี้มาก ประทับใจคนแต่งมากมาก และขอบคุณจุดเริ่มต้นที่พาให้ฉันมารักเพลงนี้
July 25 การมีอยู่ของความเหงาสองวันก่อน ได้มีโอกาสดู hana and alice อีกครั้ง ในรูปแบบหนังสั้น 4 ตอน
เรื่องราวของเด็กผู้หญิงวัยมัธยมสองคน เพื่อน และความรัก เวอร์ชั่นหนังสั้นให้น้ำหนักกับ ฮานะ มากกว่า อลิซ (ซึ่งถูกใจข้าพเจ้าเป็นการส่วนตัว) ด้วยความที่โทนของหนังเข้าทางที่ชอบ ตัวละครมีเสน่ห์ ฉากสวย เพลงดี (เข้าข้างเนอะ) แถมยังทำให้ความรู้สึกหอมหวานในวัยเด็กกลับคืนมาอีกในทุกครั้งที่ได้ดู จึงต้องขอระบายความรู้สึกออกมาสักหน่อย นี่แหละ หนังในแบบที่เรา 'รัก' สุดๆ ชมมาพอประมาณแล้ว แต่อารมณ์ยังค้างเติ่งอยู่ ขอกลับมาตรึกตรองเรื่องราวของตัวเองต่อ จะว่าไปสมัยมัธยมก็มีเพื่อนสนิทอยู่คนหนึ่ง ที่ไม่ว่าจะทำอะไร ไปไหน ก็ไปด้วยกันตลอด (เอามานินทาได้ มันไม่น่าจะเข้ามาอ่านหรอก 55) ดูไปก็คล้ายในหนัง มิน่าถึงได้ทำเป็นอินนัก อาจจะไม่ตรงเผง ไม่ได้เกิดรักสามเศร้า แต่เราสองคนก็ผ่านเรื่องราวแย่ๆ มามากมาย(จริงๆ) ถึงแม้จะไม่ได้มีแต่ความทรงจำที่ดี และแม้ว่าเราจะไม่สนิทกันเท่าแต่ก่อนอีกแล้ว แต่เมื่อเวลาผ่านมาจนวันนี้ ฉันพบว่า ตอนนี้ฉันเหงาบ่อย วันเว้นวัน ต่างกับช่วงเวลานั้นที่ฉัน.. อืม ต้องบอกว่า เราสิ เรา..ไม่เคยเหงาเลยสักวัน พูดถึงความเหงา ความจริงแล้วคนเราจะสัมผัสถึงการมีอยู่ของมันในตัวเราเองก็ค่อนข้างยาก
หากคนๆ นั้นไม่มีเวลาว่างพอให้นั่งตรึกตรองถึงสถานการณ์ที่ตัวเราเองเป็นอยู่ ฉันเชื่อว่าความเหงามีอยู่ในทุกคน อาจไม่ฟูมฟาย เป็นแค่ความเหงาเพราะยุคสมัย ขออ้างอิงไปถึงคอลัมน์ของนิ้วกลมในอะเดย์ ที่พูดเหน็บแนมถึงคนรุ่นใหม่ในยุคที่ทันสมัยนี้ เราทักทายกันทาง hi5 คุยกันทาง MSN รู้จักกันทาง blog ..ชักจะเริ่มเข้าตัวแฮะ เอาเป็นว่า เราคุยกันน้อยลง เพราะเราไปหาทางอุดรูโหว่ความเหงากันทางโลกอินเตอร์เน็ตกันแทน อ่านคอลัมน์นี้แล้วเห็นด้วย เห็นด้วย พร้อมพยักหน้าหงึกๆ อยู่คนเดียว แม้กระทั่งตัวฉันตอนนี้ก็ไม่อาจปฏิเสธโลกใบนี้ได้ลง มันใหญ่ และง่ายเหลือเกิน แต่ยิ่งฉันใช้เวลากับโลกนี้เท่าไหร่ ความเหงาก็ปรากฏตัวตนชัดเจนมากขึ้น ในยามที่เราเดินออกจากบ้าน ในยามที่เรานั่งอยู่ท่ามกลางผู้คนที่ไม่เคยพูดคุยกันจริงๆ จังๆ สักที ไอ้เรามันคนยังไม่เริ่มงาน ก็ต้องเข้าใจสถานการณ์ของเพื่อนๆ ที่เพิ่งเริ่มเข้าสู่โลกการทำงานกัน การทำงานในแต่ละวันบั่นทอนพลังให้คนเราเหนื่อยล้าในตอนเย็น อยากกลับบ้าน ไม่อยากไปเจอใคร หรือแม้กระทั่งวันหยุด ก็อาจจะไม่อยากออกไปพบเจอพูดคุยกับเพื่อน ตัดสินใจหันหน้าเข้าคอมแทน รวดเร็ว ง่ายดาย แค่นิ้วกระดิก ไม่ต้องเหนื่อยออกจากบ้าน ไม่ต้องแม้แต่จะเอ่ยปากพูด เจตนาคงไม่ต่างกัน แล้วจะทำยังไงได้ล่ะ นอกจาก ... คลิกหน้าต่าง hi5 คลิกชื่อเพื่อน แล้วตอบกลับไปว่า " รู้น่าว่าคิดถึง ^_^ " (แต่ก็ยัง appear offline อยู่นะ 555) ป.ล. พวกแก หาย(หัว) ไปไหนกันหมด หา .. |
ขีดๆ เขียนๆ ติชมกันได้ เจ้าของ spaceเค้าจะได้ชื่นใจหน่อย
Pa_Louis Puiwrote:
ไม่ได้เข้า space นานมาก
ทั้งของตัวเอง และของเพื่อนๆ
ดีใจ...
ที่เข้ามาแล้วเห็นว่าเจ๊ยังขีดเขียนอยู่เสมอ
ดีใจ...
ที่ได้อ่านเรื่องราวของเจ๊ ผ่านตัวหนังสือแทนการสบตา
Nov. 28
Pond Samutpanichwrote:
"แม้หลายครั้งต่อสัปดาห์ที่เธอจะออกไปเจอเพื่อน หรือคนอื่นๆ แต่มันกลับทำให้เธอยิ่งรู้สึกโดดเดี่ยว แปลกแยก มากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนโดนดูดพลัง เธอไม่ใช่คนรักสันโดษ ที่จริงแล้วเธอเป็นคนร่าเริงด้วยซ้ำ
เธอแค่อยากให้มีใครที่รับฟังเธอได้อย่างเข้าอกเข้าใจ"
Aug. 31
Bk SteROidwrote:
แบบบบร่....... :-P
Jan. 2
|
|||
|
|